แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงกรานต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงกรานต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557

สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็นในวันสงกรานต์ ตอนที่ 2

ขอต่อจากตอนที่แล้วนะครับ

5.เทศกาลดื่มเหล้าเบียร์มาราธอน

             เคยได้ยินเทศการดื่มเบียร์ที่เยอรมันกันบ้างมั้ยครับ ผมเคยได้ยินบ่อยๆมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ โตขึ้นก็กะว่าจะลองไปดูสักครั้ง กะจะดื่มกันให้ฉี่หอมเบียร์กันไปเลยทีเดียว 555 แต่ก็ยังเป็นแค่ฝันนะครับ เพราะยังติดเหตุผลคนจนภาคบังคับอยู่ครับ นั่นก็คือ ไม่มีตังค์ 
             แต่นับเป็นโชคดีของผมยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งอีกครับ เพราะผมดันเกิดในประเทศไทย ซึ่งเรามีเทศกาลดื่มเหล้าเบียร์มาราธอนที่สนุกกว่าเทศกาลดื่มเบียร์ที่เยอรมันเสียอีก นั่นคือ เทศกาลสงกรานต์บ้านเรานี่แหละครับ
             เทศกาลที่ว่านี้เริ่มกันตั้งแต่ก่อนเดินทางขึ้นรถกลับบ้านเลยกันครับ โดยเฉพาะคนที่กลับรถโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์หรือรถไฟ
            ปกติรถโดยสารส่วนใหญ่จะเดินทางเวลากลางคืน ซึ่งกว่าจะถึงที่หมายก็เช้าพอดี  คนไทยส่วนใหญ่เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ครับ คาดการณ์แล้วว่าจะต้องเดินทางหลายชั่วโมง  ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำที่สุดระหว่างเดินทางก็คือการนอนหลับพักผ่อน และสิ่งที่จะช่วยให้เรานอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบายอุรานั่นก็คือ การดื่มเบียร์สักขวดสองขวดพอเป็นกษัยเส้นช่วยให้นอนหลับฝันดีได้บนรถ จะมีอะไรฟินไปกว่านี้จริงมั้ยครับ 555
             แต่แล้วสุราเมรยมัชปมา ก็มักจะนำพาความทุกข์มาให้เสมอครับ จากตอนแรกเราตั้งใจว่าจะดื่มแค่ขวดเดียว ผลคือ เหมือนมันยังไม่เมา ยังไม่สุด ยังหลับไม่ลง (นั่นไงเอาแล้ว!!!ต้องจัดอีกสักขวด) ว่าแล้วก็จัดไปเลยครับอีกขวดกลายเป็นสองขวดกำลังดีเมาพอง่วงนอน ขึ้นรถปุ๊บหลับปั๊บตามที่วางแผนไว้แป๊ะ!!! ต่อจากนั้นไม่นานนักเราก็จะเข้าสู่ภวังค์ แล้วก็จะฝันเหมือนว่าปวดฉี่แล้ว แม่ม!!! ตื่นขึ้นมา ปวดฉี่จริงๆครับ ต้องตื่นมาฉี่อีกแทนที่จะได้หลับยาวๆกันไป(นึกในใจ ไม่น่าเลยกู...ไม่น่าจัด 2 ขวดเลย) แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่ตื่นก่อน เพราะบางคนฝันยาวกว่านั้นคือ ฝันต่อว่ากำลังฉี่ในฝันอย่างฟินสุดๆ ตื่นขึ้นมาจริงก็เป้าอุ่นไปแล้วครับ
              เมื่อปวดฉี่ทำไงได้ล่ะครับ หากพิจารณาแล้วว่าใกล้ถึงที่หมายแล้ว ก็อั้นฉี่ดีกว่าครับ เพราะจะเข้าห้องน้ำรถทัวร์หรือรถไฟนั้นมันต้องวิทยายุทธ์ที่แก่กล้าพอสมควร แต่หากหนทางยังอีกยาวไกลหรือทนไม่ไหวจริงๆแล้วก็ต้องลองวิทยายุทธ์การเข้าห้องน้ำรถทัวร์หรือรถไฟกันสักตั้ง
             หากใครเคยเข้าห้องน้ำรถโดยสารไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์หรือรถไฟมาแล้วจะพบว่ามันไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากนะครับ เพราะต้องผ่าด่านอรหันต์ต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด่านของฝึกการทรงตัวยิงเป้าโดยเฉพาะผู้ชายแล้วท่านต้องยืนฉี่พร้อมต้านทานแรงเหวี่ยงอันสุดโหด ไม่ว่าในรถทัวร์หรือรถไฟก็ตามมันจะโยกและเหวี่ยงท่านจนฉี่ไม่ตรงโถกันเลยทีเดียว บางคนกว่าจะฉี่เสร็จเล่นเอาเท้าอุ่นกันไปเลยทีเดียว(ฉี่ใส่ขาตัวเอง555) หรืออีกด่านคือการดัดตัว โดยเฉพาะในรถทัวร์ ห้องน้ำขนาดจะเล็กและแคบมาก เข้าไปฉี่แต่ละทีนี่คือกุต้องเตรียมกระบวนท่าที่จะยืนฉี่ก่อนทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นแล้วท่านอาจจะต้องใช้วิชาดัดตัวหากระบวนท่าที่จะใช้ฉี่กันอยู่สักพักก็เป็นได้
           นี่แค่วันแรกของเทศกาลก็เล่นเอาไปครึ่งหน้าซะแล้วครับ
           วันต่อมานับได้ว่าเทศกาลดื่มเหล้าเบียร์มาราธอนได้เริ่มขึ้นอย่างแท้จริง เนื่องจากเทศกาลสงกรานต์ส่วนใหญ่เราก็จะกลับบ้านกันมาเพื่อพบเจอญาติพี่น้อง หรือพบเจอเพื่อนเก่าๆที่แยกย้ายกันไปทำงานต่างที่ต่างถิ่น กลับมาเจอกันทีนึงก็ต้องสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันตามประสา แต่สิ่งที่จะทำให้เ่ล่าประสบการณ์ได้อย่างไหลลื่นมันก็ต้องใช้สารหล่อลื่นกันสักหน่อย ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากเหล้าเบียร์ที่สุดแล้วแต่จะสรรหากันมา
            ในช่วงสองสามปีมานี้มีกฏหมายกำหนดออกมาว่าห้ามจำหน่ายสุราในช่วงวันสงกรานต์ คนไทยเราเป็นคนเคารพกฎหมายครับ เล่นซื้อตุนไว้ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์เลย555 มีการวางแผนไว้อย่างดีครับ บางทีเล่นนับจำนวนญาติพี่น้องที่จะกลับบ้านว่ามากี่คนแล้วให้โอนตังค์มาล่วงหน้าเพื่อซื้อเหล้าเบียร์ไว้รอกันเลยทีเดียว นับได้ว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จในการใช้กฏหมายกำหนดออกมาว่าห้ามจำหน่ายสุราในช่วงวันสงกรานต์ครับ!!!
             ในเทศกาลเหล้าเบียร์มาราธอนนั้น ผู้คนที่เข้าร่วมก็จะมีกิจวัตรประจำวันเหมือนๆกัน คือ ดื่ม เมา นอน ตื่น ดื่ม เมา นอน ตื่น ดื่ม เมา นอน ตื่น เป็นวัฏจักรไป บางคนเมากันจนจำลูกเมียไม่ได้ก็ยังมี นอกจากนี้บางคนอาจมีกิจวัตรเสริมเข้าไปบ้าง เช่น ดื่ม เมา โดนต่อย นอน ตื่น ดื่ม เมา เล่นไพ่ นอน 555 แล้วแต่ใครจะชอบครับ กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมทั้งนั้น!!!
             จนมาถึงวันส่งท้ายเทศกาล ก็คือ วันที่ทุกคนเตรียมจะเดินทางกลับมายังที่ทำงาน ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เพราะทุกคนต่างผ่านศึกเมามาราธอนกันมายาวนาน เพื่อเป็นการเตรียมการกลับไปทำงานอย่างมีสติแจ่มใสไร้ร่องรอย คนไทยเราได้ค้นพบวิธีการเตรียมพร้อมสู่วันที่สดใส วิธีการนั้นเรียกกันว่า "การถอน"
             เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจครับว่าการถอนคืออะไร ผมจึงเสาะหาและได้รับคำอธิบายจากผู้รู้ท่านนึง ท่านได้อธิบายผมว่า "การถอนคือการค่อยๆดื่มเหล้าเบียร์เข้าไปเพื่อจะให้อาการเมาค่อยๆทุเลาลง" ลองอ่านอีกครั้งนะครับ"การถอนคือการค่อยๆดื่มเหล้าเบียร์เข้าไปเพื่อจะให้อาการเมาค่อยๆทุเลาลง" ส่วนตัวผมชอบประโยคนี้นะครับ เพราะฟังดูแล้วมีเหตุผล555 ใครอยากถอนเร็วก็ต้องดื่มเข้าไปเยอะๆหน่อยนะครับ!!!
            เห็นมั้ยล่ะครับถ้าไม่มีวันสงกรานต์บ้านเราก็คงไม่มีเทศกาลเหล้าเบียร์มาราธอนเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
           




วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็นในวันสงกรานต์ ตอนที่ 1

1. เพลงในห้าง

เดินเข้าห้างปุ๊บ โสตประสาทท่านจะสั่นคลอนไปกับเสียงเพลงนี้

"วันนี้ เป็นวันสงกรานต์หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอยตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตรทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันเอยเข้าวัดแต่งตัว แต่งตัวสวยสะไปสรงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์กันเอย
ตอนบ่ายเราเริ่มเฮฮาเล่นมอญซ่อนผ้าเล่นซะบ้ากันเอยทำบุญทำทานสนุกสนานกันแล้วขอเชิญน้องแก้วรำวงกันเอย..

จากที่ข้าพเจ้าไปเดินมาหลายห้าง ขอยอมรับว่าทุกห้างเปิดเหมือนกันหมด 
เปิดกันตั้งแต่ห้างเริ่มเปิด ยันห้างปิด วนไปเวียนมานับพันรอบ
คาดว่าแม่ค้าจนกระทั่งลุงยามในห้างทุกคนต้องร้องได้ 
หากไป check  billboard จะพบได้เลยว่าติดชาร์ตอันดับ1 แน่นอน!!!!

2.รถในกรุงเทพโครตโล่ง

ถนนบางเส้นโล่งจนน่าใจหายนึกว่าใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดกันเลยทีเดียว 
รถโล่งกันจนทางด่วนบางเส้นเปิดให้วิ่งฟรี เพราะเก็บตังค์ไปไม่คุ้มค่าแรงคนเก็บ
โล่งจนอ้างไม่ได้ว่ามาทำงานสายเพราะรถติด
บางทีโล่งจนกุนั่งสองแถวหรือรถรับจ้างแล้วไม่มีปราการป้องกัน เป็นเป้านิ่งให้ข้างทางสาดน้ำโดนกุ 100 %%% แบบไม่พลาดเป้า 
ขอบคุณครับที่รถโล่ง!!!

3.เพลงแดนซ์

เปิดกันเกือบทุกบ้าน แดนซ์กัน มันส์กันกระจาย นับว่าเข้ากับประเพณีสงกรานต์มาก 
สาวแก่ สาวแท้ หนุ่มเทียม เต้นกันเอวแทบหลุด
คงมีที่มาจากสมัยบรรพกาล ที่แม่นางสงกรานต์เดินผ่านทุ่งนาแล้วเทวดาเปิดเพลงแดนซ์ระหว่างทางล่ะม้าง ถุย!!!
เนื้อเพลงไม่มีอะไรมาก จะร้องประมาณว่า "ลา ลา ล้า หล่า ลา ลุบ ๆๆๆๆๆๆๆ" แต่ดนตรีนี้เปิดที่ปากซอยได้ยินไปถึงท้ายซอย ถึงขั้นนั่งขี้ในห้องน้ำ ขี้ในชักโครกยังกระเด่้งกระดอนตามจังหวะเพลงเลย
นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกันด้วย บ้านไหนยิ่งเปิดดังบ้านนั้นจะชนะ
ยิ่งถ้าเป็นบ้านที่่อยู่ใกล้ห้างนะ คงกลายเป็นวงประสานเสียง  
"วันนี้ เป็นวันสงกรานต์ ลา ลา ล้า หล่า ลา ลุบ ๆๆๆๆๆๆๆ
หนุ่มสาวชาวบ้าน ล้า หล่า ลา ลุบ ๆๆๆๆๆๆๆ เบิกบานจิตใจจริงเอย "

4.การเดินทางกลับต่างจังหวัดลำบากมาก

ปกติสงกรานต์จะหยุดยาวกันอยุ่แล้ว อย่างน้อยก็ 4-5 วัน แต่บางคนเทคนิคในการลาแพรวพราวเพิ่มวันลาได้อีกครับ เช่น ลาเพิ่มอีกสองวันจะได้หยุดเสาร์ อาทิตย์เพิ่มด้วยรวมเป็น 7-8 วัน บางคนแพรวพราวกว่านั้นเล่นลากันตั้งแต่หยุดยาววันจักรีควบสงกรานต์เลยหยุดกันไปสองอาทิตย์เลย กลับมาเจ้านายจำไม่ได้แล้วว่าลูกน้องคนนี้ชื่ออะไร โต๊ะทำงานนั่งตรงไหนให้คนนั่งอื่นแทนไปแล้ว 555 
แต่ถึงลากันได้เยอะก็มีเรื่องที่ทำให้ลำบากใจเหมือนกัน นั้นคือ จะกลับบ้านโดยวิธีไหน แต่ละวิธีก็ปวดหัวกันมิใช่น้อยกว่าจะได้เดินทางถึงจุดหมายอย่างสวัสดิภาพ ผมขอสรุปแต่ละวิธีดังนี้
เครื่องบิน
เป็นการเดินทางที่เหมาะสำหรับคนมีเงินสักหน่อย ใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างเร็ว พบว่าจากกรุงเทพไปเชียงใหม่แค่หนึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว แต่อย่าลืมบวกเวลาเพิ่มต่อไปนี้ด้วยนะครับ เวลาที่ต้องนั่งรถไปยังสนามบินประมาณชั่วโมงครึ่ง เวลาที่ต้อง check in และรอเครื่องออกอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง เวลาที่ต้องรอโหลดของและออกจากสนามบินอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เวลาที่ต้องออกจากสนามบินเดินทางต่อไปยังบ้านประมาณหนึ่งชั่วโมง รวมเวลาเดินทางทั้งหมดแล้วประมาณห้าชั่วโมง ยังถือว่าเร็ว อิอิ!!! เพราะตั๋วกุแพงมากกกกกกกกก (ตั๋วเดินทางโดยเครื่องบินในช่วงเทศกาลนับว่าเป็นตั๋วพิเศษครับ เพราะราคาแพงเป็นพิเศษ)
รถส่วนตัว
เป็นการเดินทางที่สะดวกอีกเส้นทางหนึ่งครับ ระหว่างทางก็ได้ทำบุญบริจาคตลอดทางยิ่งไม่มีใบขับขี่อาจจะได้บุญจากการบริจาคเยอะหน่อย อิอิ นอกจากนี้ระหว่างทางยังมีเวลาทำจิตใจให้สงบเพราะรถที่ติดจนแทบจะเต่าเดินแซงได้ หากเราใช้เวลานั้นในการนั่งสมาธิอาจจะบรรลุญาณชั้นสูงได้ ดังนั้นการเดินทางกับรถส่วนตัวจึงเหมาะสำหรับคนสายธรรมะจริงๆ
รถไฟ
ตามสโลแกนเลยครับ "ปลอดภัยและใช้เวลาเดินทางคุ้มค่าตั๋ว"  อันนี้ต้องขอบคุณรถไฟนะครับที่เค้าแถมเวลาเดินทางให้
ถึงแม้ว่าการเดินทางโดยรถไฟจะประหยัดและปลอดภัยสุดก็ตามแต่มีข้อควรระวังไว้อย่างหนึ่งนะครับ ว่ามันเต็มเร็วมาก เพราะปกติรถไฟจะเปิดให้จองตั๋วก่อนเดินทางจริงได้ประมาณสองเดือน ผมเคยแล้วครับครั้งนึงจะกลับรถไฟเลยนับว่าที่จะจองล่วงหน้าสองเดือนพอดี สุดท้ายเต็มครับ เพราะผมโทรไปช่วงบ่าย ใครจะไปรู้ว่ามันเต็มตั้งแต่ตอนเช้า หรือผมลืมคิดไปว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบของแถม 555
รถทัวร์
เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางนึงครับ เพราะปกติช่วงเทศกาลจะมีการจัดรถทัวร์เสริมให้ ซึ่งนับว่าดีมากเป็นการเพิ่มโอกาสให้คนได้กลับบ้านกันมากขึ้น บางทีเสริมกันจนกลับบ้านผิดจังหวัดก็มี เพราะรถเสริมนั้นบางทีป้ายที่ติดที่ข้างรถว่าไปจังหวัดไหนอาจไม่ใช่ไปจังหวัดนั้น เช่น ข้างรถเขียนว่า กรุงเทพ - เชียงใหม่ ไอ้เราก็จะกลับเชียงใหม่ซื้อตั๋วมาแล้วขึ้นนั่งมันเลย ตื่นมาอีกทีอาจถูกส่งไปขายที่แม่สอดแล้วก็ได้ เพราะมันมีป้ายคำว่ารถเสริมแม่สอดขนาดเท่ากระดาษ A4 ที่ต้องใช้แว่นขยายในการมองถึงจะเห็นติดอยู่หน้ารถ เพราะฉะนั้นต้องรอฟังประกาศและเช็คกับเจ้าหน้าที่ให้ดีๆก่อนออกเดินทาง และอีกอย่างการเดินทางโดยรถทัวร์เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบท้าท้ายในชีวิตเป็นอย่างยิ่ง เพราะก่อนออกเดินทางมักจะได้ยินข่าวทัวร์พลิก ทัวร์คว่ำอยู่บ่อยๆ บางทีแม่ม!!!! เปิดอยู่บนจอหน้าที่นั่งที่กุนั่งบนรถทัวร์ มันยิ่งเพิ่มความเสียวในชีวิตให้อีกเป็นสิบเท่า!!!

ยังมีอีกนะครับ
ผมขอมาเล่าต่อใน สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็นในวันสงกรานต์ ตอนที่ 2 ครับ