แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขำขัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขำขัน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ประสบการณ์กับการใช้งานคอมพิวเตอร์ครั้งแรก


คุณยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ไหม????

ผมได้รู้จักกับคอมพิวเตอร์ครั้งแรกเมื่อตอนเรียน ม.สามที่โรงเรียนแห่งหนึ่งแถวชนบทในภาคใต้ของประเทศไทย

ตอนนั้นระบบปฏิบัติการก็ยังเป็นระบบหน้าต่างปีเก้าแปดอยู่เลย

ทั้งโรงเรียนของเราจะมีคอมพิวเตอร์ประมาณสิบเครื่องด้วยกัน แต่เด็กนักเรียนในห้องทั้งจะมีประมาณสามสิบกว่าคน ดังนั้นเราก็จะแบ่งกันเรียนรู้การใช้งานกันสามคนหรือสี่คนต่อหนึ่งเครื่อง

ในเทอมสองนั้นเองก็จะมีวิชาการใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรีที่บังคับให้เราเลือกเพราะไม่มีวิชาอื่นๆเปิดสอน เราทุกคนจึงได้เลือกอย่างเสรีที่จะเรียนวิชานี้

วิชาการใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้นนับเป็นวิชาเปิดหูเปิดตาเปิดโลกกว้างให้กับเด็กชนบทอย่างพวกเราเป็นอย่างยิ่ง

ในคาบแรกก็จะมีการสอนให้ปิดเครื่องอย่างถูกต้อง ซึ่งนั้นก็ได้ทำให้เราตื่นเต้นกันพอสมควร เพราะเราเพิ่งได้ทราบว่าคอมพิวเตอร์นั้นมันได้แค่ใช้นิ้วหัวแม่เท้าเหยียดไปกดปุ่มปิดเหมือนกับตอนที่เรานอนดูโทรทัศน์ที่บ้าน แต่มันต้องอาศัยวิธีการพอสมควร 

เริ่มจากเราต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ตัวหนู (Mouse) ที่มีเท้าอยู่ใต้ท้องเป็นลูกกลิ้งของที่ทาจั๊กแร้ และต่อสายระโยงไปยังกล่องรูปทรงสี่เหลี่ยม(Case PC) ที่มีพัดลมตัวเล็กๆเป่าลมร้อนมาอย่างต่อเนื่องซึ่งเพียงพอที่จะตากถุงเท้าให้แห้งได้ และตู้นี้ก็ยังเป็นเครื่องเล่นได้อีกด้วยเพราะมันสามารถแลบลิ้นออกมาได้เพียงแค่เรากดปุ่มเล็กๆ จากนั้นเราก็สามารถดันลิ้นมันกลับไปโดยไม่ต้องกดปุ่ม เราก็ทำให้มันแลบลิ้นเข้าๆออกๆ ซึ่งมันก็เพลินไปอีกแบบ 

ก่อนที่จะนอกเรื่องไปไกลขอกลับมาสู่ขั้นตอนการปิดเครื่องต่อดีกว่านะครับ จากนั้นเราจะพบว่าบนหน้าจอทีวี(Monitor) ที่ต่อสายระโยงมาจากกล่องแลบลิ้นอีกทีจะมีลูกศรตัวเล็กๆ(Cursor)โชว์อยู่ โดยเมื่อเราขยับตัวหนูนั้นลูกศรก็จะขยับไปตามมือเราไปด้วย

เราต้องใช้ความสามารถของกล้ามเนื้อแขนให้สัมพันธ์กับสายตาในการบังคับตำแหน่งลูกศรนั้น ไปยังมุมซ้ายด้านล่างของจอทีวีที่มีตัวอักษรที่เขียนว่า สตาร์ท(Start) ซึ่งแปลว่า เริ่มต้น นั่นทำให้ผมสับสนว่า ตกลงเราจะปิดมันเพื่อไปสู่จุดจบหรือว่าเราจะเริ่มต้นกันแน่เนี่ย 

แต่ในทันใดนั้นเมื่อเราใช้กำลังจากข้อนิ้วชี้ที่วางอยู่บนหัวหนูและกดลงไปให้หนูร้องดัง คลิก(Click) กลับทำให้เราสัจธรรมของคำว่า สตาร์ท ซึ่งในที่นี่ก็หมายถึงการเริ่มต้นไปสู่จุดจบนั้นเอง เพราะจะมีอักษรภาษาอังกฤษโชว์คำว่า ชัตดาวน์(Shut down) อยู่เหนือคำว่าสตาร์ท อะไรมันจะลึกซึ้งขนาดนี้

นั่นยังไม่เสร็จพิธีรีตรองนะครับ

เพราะเราต้องบังคับลูกศรไปตรงคำว่า ชัตดาวน์ และต้องออกแรงข่มหัวหนูให้ร้องอีกครั้ง

มันก็ยังมีคำถามเราต่ออีกว่า ตกลงคุณจะให้ผมทำอะไรกันแน่!!!(What do you want the computer to do?)

จะปิด(Shut down) หรือจะเริ่มต้นใหม่(Restart) หรือจะยืนข้างๆ(Stand by)

ผมนี่อารมณ์ขึ้นเลยครับ นี่ตกลงเจ้าคอมพิวเตอร์ เอ็งจะกวนตีนข้าใช่มั้ยนี่ 

ด้วยความที่โมโห ผมก็บังคับลูกศรให้เลือกไปยังช่องว่างกลมๆหน้าคำว่าปิดจนเป็นทะลุเป็นรูสีดำ มันยังกลับถามซ้ำเพื่อยียวนอารมณ์ผมอีกรอบว่า

นี่มึง จะตกลง(OK) หรือจะยกเลิก(Cancel) หรือจะให้กูช่วยเหลือ(Help)อะไรมั้ย!!!

ไม่ต้องช่วยผมแล้วครับ แค่นี้ผมก็ทราบซึ้งพอแล้ว ผมตกลงปิดครับ แล้วก็กดหัวหนูไปอีกครั้ง จนหนูหัวจวนจะยุบอยู่แล้ว

สุดท้าย เจ้าคอมพิวเตอร์ ก็ยอมจากพวกเราไปแถมส่งเสียงเย้าแหย่เหมือนหัวเราะเยาะเย้ยอีกหนึ่งครั้ง ราวกับจะบอกพวกเราว่า ถ้าคิดจะเล่นกับข้านะมันไม่ง่ายนะเว้ย

วันนั้นพวกเราทุกได้ผลัดกันเรียนรู้กันปิด เครื่องคอมพิวเตอร์ คนละสองถึงสามรอบ
นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ครั้งแรก






วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ไอติมดับร้อน




ช่วงนี้อากาศร้อนนะครับ ร้อนจนอยากจะเล่นสาดน้ำสงเพราะรานต์กันทั้งเดือนเมษากันไปเลย (จะได้ดูโคโยตี้เต้นคลายร้อนกันฉ่ำไปเลย อิอิ)
พออากาศมันร้อน คนเราก็มีวิธีดับร้อนต่างๆนาๆกันไป
แต่มีอย่างนึงที่ผมชอบใช้เพื่อดับร้อนก็คือการกินครับ เพราะนอกจากจะหายร้อยแล้วยังอิ่มด้วยครับ (มันเกี่ยวกันมั้ยเนี่ย!!!)
ส่วนของกินดับร้อนก็มีเยอะเยะไป แต่มีอย่างนึงที่หลายๆคนชอบกิน
แน่นอนครับ นั่นก็คือ ไอติมครับ 
ด้วยความไม่ลังเลที่จะดับร้อน ผมจึงจัดเลยครับ มุ่งตรงเข้าไปร้านสะดวกซื้อเลย เพื่อซื้อไอติมมาดับความเร่าร้อนในตัวผมสักหน่อย

มาถึงร้านสะดวกซื้อ ถึงขั้นหยุดชะงักไปครู่นึงเลยครับ เพราะหน้าร้านจะมีหมาเฝ้าอยู่ตรงหน้าประตู
เว้นทางเดินไว้ให้เราเข้าไปแค่เพียงช่องคนเดินผ่าน ส่วนพื้นที่หน้าประตูที่เหลือเป็นที่นอนอันแสนสุขของมันครับ อย่าได้หวังว่าแม่แต่จะเฉียดเข้าไป 
การเดินเข้าร้านนี้ถึงขั้นต้องเอี้ยวตัวหลบและต้องเดินย่องกันแบบไม่ให้มีเสียงเพราะกลัวมันตื่นจากฝันอันแสนหวานของมันแล้วอาจจะแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดใส่เราได้ 
ผมรู้เหตุผลข้างต้นดีครับ ก็เลยใช้วิชาย่องเบาเดินเข้าร้านแบบแทบจะไม่มีเสียง แต่พอประตูร้านเปิดเท่านั้นและครับ 
ตุ๋งๆตุ้งๆๆ  เสียงต้อนรับของร้านดังขึ้น
แม่ม!!!!!! มันตื่นทันที แล้วหันมามองหน้ากุตาเป็นมันวาวเลยครับ
อยากจะอธิบายมันกลับเป็นภาษาหมาว่า 
"ขอโทษครับพี่ น้องทำดีที่สุดแล้ว"
สุดท้ายเหมือนมันเข้าใจครับ ก้มหัวลงไปแล้วนอนต่อ
ผมนี่โล่งอกรีบวิ่งเข้าร้านทันที

เข้ามาในร้านก็ไม่ลังเลมุ่งตรงเข้าไปยังตู้แช่ไอติมเลยครับ 
มองไปมองมา เห้ย!!!! อันนี้รสใหม่นี่นา วนิลาชั้นดีเคลือบด้วยช็อคโกแลตขาวจากนอกโลก  
แต่ราคาแพงนี่ไม่ต้องพูดถึงครับ แพงกว่าก๋วยเตี๋ยวเป็ดพิเศษทุกอย่างที่เพิ่งกินมาอีก  
แต่ก็ไหนๆแล้ว เอาวะลองสักที มื้ออื่นค่อยแดกมาม่าเอาก็ได้
หยิบมาหนึ่งแท่งแล้วตรงไปจ่ายตังค์ที่เคาท์เตอร์ทันที 
เดินออกมาจากร้านพร้อมไอติมที่จะดับร้อน อย่างฟินนนน

เริ่มพิธีการดับร้อนด้วยการฉีกซองตามรอยปรุ แต่......ฉีกไม่ออกครับ!!! มึงจะทำรอยปรุไว้เพื่อ
ไม่เป็นไรเรามีแผนสองครับ
หยิบซองขึ้นมา อ้าปาก แล้วกัดซองไว้ด้วยฟันเขี้ยวให้แน่นพร้อมกับใช้แรงจากแขนดึงอย่างรวดเร็วได้ผลครับ!!! ซองฉีกออกมาอย่างสวยงามพร้อมกับเผยโฉม ไอติมที่เคลือบช็อกโกแลตขาวน่ากินมากกกก

ไม่รอช้า กัดไปคำแรก บอกได้เลยครับว่า ขนทุกเส้นในร่างกายเรียงกันชูชันพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย เพราะมันหวานมากกกกกครับ แต่ไม่เป็นไรครับก็ยังฟินอยู่เพราะกุซื้อมาราคาแพงมาก 555

หลังจากขนทุกเส้นหดกลับเข้ารูขุมขนสู่สภาพเดิม จึงกัดคำที่สองอย่างไม่รอช้า 
โป๊ะะะะะ!!!!! ช็อคโกแลตขาวจากนอกโลกนี่แตกเป็นเสี่ยงๆ วนิลาอันหอมหวานข้างในนี่ไหลเยิ้มเป็นทางเต็มมือกุเลยครับ ดับร้อนจนกุเย็นไปทั้งแขนแล้ว โชคยังดีที่ไม่ได้ทิ้งซองเลยเอามารองเศษที่แตกไว้ทัน

ด้วยราคาที่แพงหูฉี่ จะทิ้งก็เสียดาย ตัดสินใจกินต่อครับ 
กรรมวิธีการกินก็ต้องเปลี่ยนไป จากแทนที่จะได้กัดกินไอติมอย่างฟินต้องเปลี่ยนเป็นการดูดวนิลาที่เลอะเต็มแขนแทน 
ซู้ด!!!! ดูดครั้งเดียวครับ   วนิลาหมดเกลี้ยง    
เหลือแต่เศษช็อคโกแลตขาวที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ อยู่บนซองที่มีรอยปรุสำหรับเปิดแต่เปิดไม่ออก 555 

สุดท้าย ก็กินเปลือกช็อคโกแลตขาวโดยการใช้มือหยิบเศษช็อคโกแลตแต่ละชิ้นเข้าปากจนหมดครับ เล่นเอามือเลอะต้องไปซื้อน้ำเย็นมาล้างมือกันอีก

บอกได้เลยครับ ว่าตอนนี้พี่หายร้อนแล้ว แต่อยากจะเข้าไปเผาร้านมึงแทนครับ!!!!!!!